ทุกครั้งที่อยู่ในความมืดภายใต้ผ้าห่มนุ่ม ๆ อันอบอุ่น มีเสียงเครื่องปรับอากาศดังให้พอไม่เงียบเหงา หลับตาลงจะมีความคิดวิ่งแล่นเข้ามาในหัวอย่างไม่ขาดสาย อันที่จริงไม่จำเป็นต้องอยู่ในผ้าห่มหรือมีเสียงเครื่องปรับอากาศก็ได้ ทุกครั้งที่หลับตาก็จะมีภาพต่าง ๆ วิ่งมาให้ดูอยู่ทุกครั้งไป
ภาพที่เห็นนั้น ไม่เคยจะเป็นเรื่องเป็นราวอะไร ผมจะยกตัวอย่างให้ดู
ผมเห็นภาพดัมเบลกำลังหล่นจากอะไรซักอย่างมาสู่พื้นหญ้าบนภูเขาลูกเล็ก ๆ ราวกับเป็นภาพในการ์ตูน Disney แล้วก็ไหลลงมาเจอกับตุ๊กตาหัวกลม ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีควันพวยพุ่งออกมาเต็มไปหมด แล้ว Assassin ใน Ragnarok ก็ปรากฎตัวออกมา …
อาจดูแปลกประหลาด แต่เชื่อว่าที่จริงแล้วทุก ๆ คนก็จะมีอะไรโลดแล่นอยู่ในหัวเสมอยามว่างเว้นจากการต้องใช้สมองในยามปกติ แค่อาจไม่เคยใส่ใจว่ามันคืออะไร
เมื่อสักครู่นี้ ระหว่างที่กำลังปล่อยให้ภาพความคิดวิ่งเล่นอยู่ภายใต้ผ้าห่มอันอบอุ่นเคล้าเสียงเครื่องปรับอากาศอยู่นั้น ก็เกิดความหนึ่งแล่นเข้ามา นั่นก็คือ ทุกวันนี้เราทำอะไรอยู่
ทำอะไรอยู่ในที่นี้หมายถึง เรากำลังทำอะไรอยู่ …
เราเกิดมาเพื่ออะไร
ทำไมมนุษย์ต้องเกิดมา ไม่สิ สิ่งทีชีวิตทุกชนิดเลยต่างหาก
แล้วสิ่งที่เรากำลังทำ มันใช่สิ่งที่เราต้องเกิดมาเพื่อทำมันรึเปล่า
…
หลังจากครุ่นคิดสักพัก ก็พอจะมีคำตอบให้ตัวเองได้บ้าง คำตอบนั้นก็คือ เราอาจเกิดมาเป็นเครื่องมือของอะไรบางอย่างให้ทำงานง่ายขึ้นเท่านั้นเอง กล่าวคือเราอาจเป็นเพียง Electron เพื่อขนส่งพลังงานบางอย่างเท่านั้นเอง เราอาจเกิดมาเพียงเพื่อเปลี่ยนพลังงานจากรูปแบบนึงเป็นอีกรูปแบบนึง แล้ววันนึงเราก็ต้องเปลี่ยนไปเป็นอีกรูปแบบนึง ก็แค่นั้นเอง …
คิดได้แบบนี้แล้ว ซักพักก็มีความคิดอีกอย่างหนึ่งแทรกเข้ามา
ถ้าเรารู้ว่าเราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่ออะไร และเกิดมาเพื่อทำอะไร ชีวิตเราจะเหลืออะไรที่เป็นของเราอีกล่ะ การที่เราไม่รู้ ทำให้เรายังสามารถทำอะไรได้ตามใจ อยากทำอะไรก็ทำได้ ก็ได้ทำ ได้ไม่ใช่เหรอ
คิดได้แบบนี้แล้ว ซักพักก็มีความคิดอีกอย่างหนึ่งแทรกเข้ามา
…
ไปนอนเถอะ ดึกแล้ว …
…
ลา
